5 อันดับ โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ที่ทําให้คนไทยเสียชีวิตมากที่สุด

โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง

โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs นับว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้คนไทยเสียชีวิตเป็นอันดับหนึ่งของประเทศเลยทีเดียว เนื่องด้วยสังคมปัจจุบันที่มีการเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างมาก ส่งผลให้พฤติกรรมของผู้คนในปัจจุบันเปลี่ยนตามไปด้วย ทั้งในเรื่องของอาหารการกิน ที่มีความหวานจัด เค็มจัด และไขมันสูง อีกทั้งยังเรื่องของการดื่มเหล้า สูบบุหรี่ หรือแม้แต่การออกกำลังกาย รวมถึงมลภาวะต่าง ๆ มากมายด้วย วันนี้จะมานำเสนอ 5 อันดับโรคไม่ติดต่อ และเป็นโรคเรื้อรังที่ทำให้คนไทยเสียชีวิตมากที่สุด มาดูกันว่า โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง มีอะไรบ้าง และโรคที่ทําให้คนไทยเสียชีวิตมากที่สุดคืออะไร

โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง

อันดับ 5 โรคระบบทางเดินหายใจเรื้อรัง

โรคระบบทางเดินหายใจเรื้อรัง หรือในที่นี้หมายถึงโรคถุงลมโป่งพอง เป็นสาเหตุของการเสียชีวิตอันดับ 3 ของโลกเลยทีเดียว ซึ่งมีผู้เสียชีวิตจากโรคนี้มากกว่า 3 ล้านคนต่อปี ผู้ป่วยจะมีอาการไอ หายใจลําบาก มีเสมหะ ส่งผลทำให้เหนื่อยง่ายและเหนื่อยมากขึ้น สาเหตุก็ไม่ใช่อื่นไกล เกิดจากการสูบบุหรี่ และผู้ที่สัมผัสกับควันบุหรี่มือสอง อีกทั้งในปัจจุบันยังมีในเรื่องของมลภาวะทางอากาศ ฝุ่นละออง หรือสารเคมีที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อระบบหายใจด้วย

ซึ่งในปัจจุบันปัญหามลภาวะทางอากาศก็เป็นเรื่องใหญ่ อย่าเรื่องของฝุ่นละออง PM 2.5 ซึ่งสามารถเข้าไปในถุงลม และเข้าไปในกระแสเลือดได้ในที่สุด สิ่งที่เราสามารถป้องกันได้ง่ายที่สุด คือการไม่ให้มลภาวะเข้าสู่ตัวเรา ใส่หน้ากากป้องกัน และลดการทำกิจกรรมกลางแจ้ง การมีเครื่องกรองอากาศในบ้านก็ดีไม่น้อยเหมือนกัน

โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง

อันดับ 4 โรคไขมันในเลือดผิดปกติ

โดยปกติแล้ว ผู้คนจะเสียชีวิตจากโรคข้างเคียงจากโรคไขมันในเลือดผิดปกติมากกว่า 1 ใน 3 ของผู้ที่มีไขมันในเลือดสูง จะเสียชีวิตจากโรคหัวใจขาดเลือด และโรคหลอดเลือดสมอง อีกทั้งยังเป็นสาเหตุต้นที่ทำให้คนพิการ ในแต่ละปีนั้น มีผู้ป่วยจากโรคหลอดเลือดสมองรายใหม่กว่า 15 ล้านคนและในจำนวนนั้นมีผู้เสียชีวิตมากถึง 5 ล้านคน และอีก 5 ล้านคนต้องกลายเป็นผู้พิการอย่างถาวร

ทางนี้ก็มีสาเหตุมาจากการที่กินอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูง การกินของทอด ของมัน เนื้อสัตว์แปรรูป ชีสปริมาณมากเกินควร ส่งผลทำให้ระดับไขมันในเลือดสูงขึ้น รวมถึงการกินอาหารที่มีน้ำตาลสูง เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดด้วย ทางที่ดีควรบริโภคไขมันอิ่มตัวไม่เกิน 11-12 กรัมต่อวัน และทดแทนด้วยการรับประทานไขมันไม่อิ่มตัว จำพวกน้ำมันมะกอก อะโวคาโด หรือถั่วเปลือกแข็ง

อันดับ 3 โรคความดันโลหิตสูง

โรคความดันโลหิตสูงค่อนข้างเป็นอะไรที่น่ากลัว เนื่องจากโรคนี้จะไม่แสดงอาการ จำเป็นต้องตรวจวัดความดันถึงจะรู้ ซึ่งหากปล่อยไว้ไม่รักษาอาจเกิดโรคแทรกซ้อนอื่น ๆ เช่น โรคไต หรือโรคหลอดเลือดสมองได้ สาเหตุสำคัญของโลกนี้ ก็เกิดจากพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมต่อสุขภาพ เช่น การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์ การมีกิจกรรมทางกายไม่เพียงพอ การหลับไม่เพียงพอ การมีความเครียดสะสม หรือแม้แต่ภาวะโรคอ้วนหรือการรับประทานอาหารที่มีปริมาณโซเดียมค่อนข้างสูง

องค์การอนามัยโลกแนะนำให้บริโภคโซเดียมไม่เกิน 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน แต่ผลสำรวจล่าสุดในปี 2560 พบว่า คนไทยเราบริโภคโซเดียมเฉลี่ยสูงถึง 3,636 มิลลิกรัมต่อวัน ทั้งนี้เป็นผลมาจากการกินอาหารแปรรูป อาหารสำเร็จรูป หรือแม้แต่การกินอาหารนอกบ้าน ทำให้ควบคุมปริมาณโซเดียมได้ยาก

โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง

อันดับ 2 โรคอ้วน

ทั่วโลกกำลังเผชิญกับปัญหาโรคอ้วนอยู่ มีรายงานจากปี 2559 ขององค์การอนามัยโลกระบุว่าผู้ใหญ่กว่า 39 เปอร์เซ็นต์ หรือมากกว่า 1.9 พันล้านคนทั่วโลกมีปัญหาน้ำหนักเกิน หรือมีภาวะโรคอ้วน เช่นเดียวกับในประเทศไทย ที่มีการสำรวจเมื่อปี 2564 ระบุว่า มีผู้ป่วยโรคอ้วนหรือมีน้ำหนักเกินอยู่ที่ 47.2 เปอร์เซ็นต์ แต่ที่น่ากังวลกว่าคือ การพบปัญหาโรคอ้วนและน้ำหนักเกินในเด็ก โดยในปี 2564 มีการสำรวจพบว่า มีเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปีที่มีน้ำหนักเกินมาตรฐานอยู่ที่ 9.07 เปอร์เซ็นต์

ซึ่งการมีน้ำหนักหรือมวลไขมันที่มากเกินไป มักจะไปสะสมอยู่บริเวณสะโพก ต้นขา ต้นแขน และที่สำคัญคือบริเวณช่องท้อง ซึ่งทำให้รอบเอวมีขนาดใหญ่ขึ้น การมีไขมันในช่องท้องนี้อย่างเป็นอันตราย เพราะนำไปสู่ความเสี่ยงต่อภาวะเมตาบอลิกซินโดรม ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของโรคหัวใจ โรคเบาหวาน และโรคไม่ติดต่อเรื้อรังอื่น ๆ อีกมากมาย

อันดับ 1 โรคเบาหวาน

มีรายงานจากสมาพันธ์เบาหวานนานาชาติ ระบุว่าในปี 2564 พบว่าทั่วโลกมีจำนวนผู้ป่วยโรคเบาหวานสูงถึง 537 ล้านคน และคาดว่าในอีก 24 ปีข้างหน้าตัวเลขจะเพิ่มสูงถึง 784 ล้านคน ในประเทศไทยของเรามีผู้ป่วยโรคเบาหวานมากกว่า 4.8 ล้านคน และที่น่าตกใจคือกว่า 40 เปอร์เซ็นต์ ในกลุ่มผู้ป่วยนั้น ไม่รู้ตัวว่าตนเองเป็นโรคเบาหวาน ที่พบบ่อยได้มากที่สุดคือโรคเบาหวานชนิดที่ 2 สูงถึง 90 เปอร์เซ็นต์จากทั้งหมด

ซึ่งโรคนี้เป็นสาเหตุหลักนำไปสู่โรคแทรกซ้อนอื่น ๆ มากมาย เช่น โรคไตเรื้อรัง หัวใจล้มเหลว หลอดเลือดสมองอุดตัน จอประสาทตาถูกทำลาย และอาจเกิดแผลเบาหวานเรื้อรังได้ โดยเป็นผลจากระดับน้ำตาลในเลือดสูง ที่น่ากลัวคือ โรคเบาหวานชนิดที่ 2 นี้ไม่มีวันหาย แต่อาจอยู่ในภาวะสงบได้ ทั้งนี้เราสามารถทำให้โรคเบาหวานสงบ หรืออาจป้องกันได้โดยการควบคุมอาหาร และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

พยายามให้มวลไขมันในร่างกายลดลงอยู่ในระดับปกติ ส่งผลให้เซลล์ตับกลับมาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถขจัดของเสียออกจากร่างกาย ทำให้เซลล์ตับอ่อนผลิตฮอร์โมนอินซูลินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งทำหน้าที่รักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้ดีขึ้น รวมไปถึงเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกายมาตอบสนองต่ออินซูลินเพิ่มขึ้นด้วย อ่านบทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ ที่นี่

เครดิตภาพ

https://www.shutterstock.com/

https://www.freepik.com/

https://la-korea.com

https://nungdu.com

https://china-investmentcasting.com

https://1dollar-tattoo-designs.com

Share:

Facebook
Twitter
Pinterest
VK

Table of Contents