5 วิตามิน อาหารเสริม ที่สาว ๆ ห้ามขาดถ้าอยาก สุขภาพ ดี

วิตามิน

มีสารอาหารมากมายที่จำเป็นต่อกระบวนการทำงานต่าง ๆ ของร่างกาย ที่เราจำเป็นต้องได้รับ วิตามิน ให้เพียงพอต่อวัน เพื่อที่จะให้สุขภาพร่างกายภายใน รวมถึงสุขภาพผิวพรรณภายนอกของเราดี แต่จะกินให้ครบทั้งหมดก็น่าจะเป็นเรื่องที่ยาก เนื่องจากข้อจำกัดของแต่ละคนในเรื่องการกินในแต่ละวัน วันนี้ผมมาแนะนำวิตามินและสารอาหารต่าง ๆ ที่ร่างกายจำเป็นต้องได้รับให้เพียงพอ อาจจะรับเพิ่มในรูปแบบอาหารเสริมก็ได้ ที่แนะนำนี้เป็นเพียงสารอาหารส่วนหนึ่งที่ร่างกายต้องการ ยังมีสารอาหารอีกมากที่ร่างกายก็ต้องการเช่นเดียวกันครับ

คอลลาเจน | วิตามิน

คอลลาเจนเป็นโปรตีนสายยาวชนิดหนึ่ง โดยปกติแล้ว คอลลาเจนจะเป็นโครงสร้างหลักบนผิวหนังของเรา (และอวัยวะภายในส่วนอื่น ๆ) โดยชั้นผิวที่มีคอลลาเจนเป็นส่วนประกอบ เรียกว่า “เคราติน” เคราตินนี้เองทำหน้าที่สร้างความแข็งแกร่งและความยืดหยุ่นของผิวของเรา เมื่อเคราตินในชั้นผิวลดลง จะทำให้เกิดริ้วรอยตามจุดต่าง ๆ การเติมคอลลาเจนเข้าสู่ผิวจึงจำเป็น

คอลลาเจนนี้เองพบมากในผักผลไม้ต่าง ๆ รวมถึงพวกปลาทะเลน้ำลึก อย่างปลาทูน่า ผักจำพวกแครอต ผักใบเขียว ผลไม้อย่างอะโวคาโด โดยร่างกายของเราสามารถดูดซึมคอลลาเจนได้เพียง 5000 มิลลิกรัมต่อวัน หากรับเกินร่างกายจะขับออก

วิตามิน บี

วิตามินบี ในที่นี้หมายถึง วิตามินบีรวม โดยปกติแล้วอาหารเสริมส่วนใหญ่ที่วางขายวิตามินบี จะวางขายเป็นวิตามินบีรวม ดังนั้นจึงหาซื้อไม่ยาก วิตามินบีนี้มีส่วนในการช่วยเสริมสร้างและบำรุงระบบประสาท เป็นวิตามินที่จะไม่สะสมในร่างกาย โดยปกตินั้นเราได้รับในอาหารอยู่แล้ว แต่ก็อย่างที่ว่า การกินอาหารให้ครบถ้วนในทุกวันเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยากเลยทีเดียว

วิตามินบี พบได้ในข้าวจำพวกข้าวกล้อง ถั่วต่าง ๆ เนื้อไก่ ตับ หรือพวกเมล็ดพืชอย่างเมล็ดทานตะวัน หรืองา การบริโภควิตามินชนิดนี้ควรรับในปริมาณที่พอดี โดยปกติปริมาณที่แนะนำต่อวันจะอยู่ที่ประมาณ 300-400 มิลลิกรัม

วิตามินซี

วิตามินซีที่เรารู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก มีประโยชน์กว่าการสร้างภูมิคุ้มกันป้องกันไข้หวัดแน่นอน นอกเหนือจากนั้นแล้ว วิตามินซียังช่วยในเรื่องของสารต้านอนุมูลอิสระ ชะลอวัย ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง ลดรอยดำ และช่วยในการฟื้นฟูผิวจากแสงแดดอีกด้วย นอกจากนี้ยังช่วย หรือมีส่วนในการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิวอีกด้วย

วิตามินซีนี้จะพบมากในผักและผลไม้ต่าง ๆ อย่างดอกกะหล่ำ ผักกาดขาว ผักกาดเขียว ผักคะน้า ผักชี ผลไม้ที่วิตามินซีสูง เช่น สับปะรด ส้ม มะนาว ฝรั่ง เชอร์รี ที่จริงแล้วร่างกายไม่ได้ต้องการรับวิตามินซีมากขนาดนั้น ปริมาณที่แนะนำบริโภคต่อวันอยู่ที่เพียง 90 มิลลิกรัมแค่นั้นเอง

วิตามินอี

เป็นวิตามินที่ละลายในไขมัน มีส่วนในการป้องกันการเกิดลิ่มเลือด ป้องกันการแตกของเลือด 

โอเมกา ลดการอักเสบหรือบวมต่าง ๆ ในร่างกาย อีกทั้งยังเป็นสารต้านอนุมูลอิสระอีกด้วย หากขาดวิตามินอี จะส่งผลเสียต่อภาวะการไหลเวียนเลือดมาก อีกทั้งยังลดการดูดซึมของธาตุเหล็กด้วย

วิตามินอีนี้ จะพบมากในน้ำมันจากพืช อย่างน้ำมันมะกอก น้ำมันดอกคำฝอย น้ำมันคาโนลา น้ำมันมะพร้าว ยังพบได้ในอาหารจำพวกบล็อกโคลี ถั่วอัลมอนด์ กีวี่ มะม่วง มะเขือเทศ ปริมาณที่แนะนำให้บริโภคต่อวันก็อยู่ที่ 15 มิลลิกรัมเท่านั้นเอง

แคลเซียม

แคลเซียม เป็นสารอาหารที่สำคัญต่อสิ่งมีชีวิตมาก เป็นแร่ธาตุที่สำคัญ และจำเป็นต่อการสร้างกระดูกและฟันเป็นอย่างมาก หากขาดแคลเซียม นอกจากจะส่งผลต่อกระดูกและฟันแล้ว ยังส่งผลต่อเลือด ที่เรียกว่า “ภาวะแคลเซียมในเลือดต่ำ” อาจทำให้การทำงานของร่างกายอื่นผิดปกติได้

อาหารที่มีแคลเซียมสูง เช่น นมถั่วเหลือง นมสด เต้าหู้ ไข่ โยเกิร์ต คะน้า บล็อกโคลี และถั่วบางชนิด ปริมาณที่แนะนำต่อวันคือ 800-1000 มิลลิกรัม

ถึงจะมีอาหารเสริมเป็นทางเลือก แต่ก็ควรกินอาหารให้ครบที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้นะครับ เพื่อสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง

อ่านบทความเพิ่มเติม
https://healthy-4you.com/สุขภาพ/

เครดิตภาพป็อกเด้ง ออนไลน์
https://google.com/

Share:

Facebook
Twitter
Pinterest
VK

Table of Contents